top of page

Modification Indices: MI


Modification Indices: MI
Modification Indices: MI

Outline:





“ในการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง หรือ SEM (Structural Equation Modeling) สิ่งสำคัญในการพิจารณาว่า โมเดลนี้ ดี หรือ ไม่ดี ก็คือค่าโมเดลฟิต บางครั้งค่าอิทธิพลมีนัยสำคัญ ค่าน้ำหนัก factor loading ออกมาดี มีค่าสูง แต่หากค่าโมเดลฟิตไม่ผ่าน ก็มักไม่ได้รับการยอมรับ ก็เรียกว่า "ยังไม่ผ่าน"”


การปรับโมเดลฟิตด้วย MI (Modification Indices)

.

1.ทำไมต้องปรับโมเดล ?

.

ในการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง หรือ SEM (Structural Equation Modeling) สิ่งสำคัญในการพิจารณาว่า โมเดลนี้ ดี หรือ ไม่ดี ก็คือค่าโมเดลฟิต บางครั้งค่าอิทธิพลมีนัยสำคัญ ค่าน้ำหนัก factor loading ออกมาดี มีค่าสูง แต่หากค่าโมเดลฟิตไม่ผ่าน ก็มักไม่ได้รับการยอมรับ ก็เรียกว่า "ยังไม่ผ่าน"

.

ดังนั้น ต้องทำให้โมเดลฟิต "ผ่าน" ซึ่งประเด็นนี้ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่เลือกใช้ ขอเรียกแบบง่ายๆ ว่า เกณฑ์โมเดลฟิตแบบเข้มงวด กับ แบบทางเลือก

.

แบบเข้มงวด คือ ทุกเกณฑ์จะมี cut-off ที่กำหนดค่อนข้างสูง เช่น p-value > 0.05 หรือ Relative Chi-square < 2 หรือ CFI > 0.97 หรือ RMSEA < 0.05 โดยไม่สนใจว่าหน้าตาโมเดลจะเป็นอย่างไร จะมีตัวแปรเยอะหรือน้อย ก็ต้องผ่านค่านี้เท่านั้น

.

แบบทางเลือก คือ cut-off ต่ำลงมาหน่อย เช่น Relative Chi-square <5 , CFI > 0.90 , RMSEA < 0.08 เป็นต้น หรืออ้างอิงของ Hair 2019 ที่พิจารณาตามเงื่อนไขของจำนวนตัวแปรในโมเดล และจำนวน N ซึ่งถือว่ายืดหยุ่นมากขึ้น

.

แต่ไม่ว่าแบบใด หากค่ายังไม่ผ่าน ก็มักจะต้องทำการ "ปรับโมเดล" เพื่อให้ค่าผ่าน โดยการปรับโมเดลก็มีหลายคำแนะนำ เช่น การตัดตัวแปรที่ไม่มีนัยสำคัญ หรือ การตัดตัวชี้วัดที่มีค่าน้ำหนัก < 0.3 และการปรับค่า MI



.



2. MI คืออะไร ?

.

MI หรือ Modification Indices เป็นการจัดการกับโมเดล เพื่อทำให้ค่าโมเดลฟิตเปลี่ยนแปลงไป


โดยวิธีการคือ ลากเส้นเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง error ของตัวแปร โดยหลักการคือ ค่า MI ที่สูง จะทำให้ค่า chi-square ลดลง (รวมถึงค่าอื่นๆ ด้วย)

.

MI suggestion
MI suggestion

ภาพด้านบนนี้ คือผลการแสดงค่า MI ด้วยโปรแกรม AMOS ซึ่งจากตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า e21 <> e22 มีค่า MI สูงที่สุด จึงควรลากเส้นเชื่อมความสัมพันธ์ด้วย "คู่" นี้

.

และผลลัพธ์ที่ได้ คือ ค่า chi-square จะลดลง 325.415

.

หลักการ คือ ค่า chi-square ต่ำ ค่า p-value จะสูง และเช่นเดียวกัน หากค่า chi-square สูง ค่า p-value จะต่ำ ดังนั้น เกณฑ์ยอดฮิต คือ p-value ควร > 0.05 ค่า chi-square จึงลงต่ำ (ปกติมักจะต้องต่ำกว่า 100 ถึงจะทำให้ค่า p-value มากกว่า 0.05)

.

แนวทางการปรับ MI มีหลักสำคัญอยู่ 3 ข้อ คือ 1) เลือกค่า MI สูง 2) ปรับคู่ที่อยู่องค์ประกอบเดียวกัน และ 3) ควรมีค่าเป็น +



.



3. หลักการเลือกปรับ (3 หลักการสำคัญ)

.

หลักการสำคัญของการปรับ MI มี 3 ข้อ ซึ่งควรยึดตามเงื่อนไขนี้เหล่านี้ ก่อน เป็นลำดับแรก

.

  • หลักการข้อที่ 1: เลือกตัวที่ค่า MI สูงที่สุดก่อน

    • เหตุผล: เพื่อให้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด การเลือกตัวที่ค่าสูงสุดจะช่วยลด Chi-square ได้เร็ว ทำให้ค่าพวก CFI, TLI หรือ RMSEA ขยับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


  • หลักการข้อที่ 2: ต้องเป็นคู่ที่อยู่ใน "องค์ประกอบเดียวกัน"

    • เหตุผล: การเชื่อมภายในกลุ่มเดียวกัน เพราะ สะท้อนความสัมพันธ์ภายใต้องค์ประกอบเดียวกัน อนุญาตให้ error สัมพันธ์กันได้ ในขณะที่การเชื่อม error ข้ามกลุ่ม (เช่น ข้อคำถามความพึงพอใจ ไปเชื่อมกับ ข้อคำถามความจงรักภักดี) ไม่อนุญาติ เพราะไม่สอดคล้องกับทฤษฎี

      **ต้องทำความเข้าใจแบบนี้ก่อน ว่า การเชื่อมความสัมพันธ์ เป็นการเชื่อมระหว่าง error ของตัวชี้วัด ไมใช่การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตัวชี้วัด


  • หลักการข้อที่ 3: เลือกค่าที่เป็นบวก (+)

    • เหตุผล: ค่า MI ที่โปรแกรมแนะนำควรมีค่า EPC หรือ Expect Parameter Change เป็น + เนื่องจากค่า + คือทิศทางเดียวกัน แต่หากเลือกปรับค่าที่เป็น - จะเป็นคนละทิศทาง ลองนึกภาพตาม ว่า error ของ ATT1 มีความสัมพันธ์กับ error ของ ATT2 เป็น - ซึ่งทั้งสองตัวชี้วัดอยู่ในองค์ประกอบเดียวกัน มันจึงเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน . ขยายความต่อ คือ ATT1 กับ ATT2 เป็นตัวชี้วัดในเรื่อง ทัศนคติ ดังนั้น ตัวชี้วัดที่อยู่ภายใต้ทัศนคติ มีความสัมพันธ์กัน จึงควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากสัมพันธ์กันคนละทิศทาง จึงดูขัดแย้งกัน และที่สำคัญ สิ่งที่นำมาสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ตัวชี้วัด แต่เป็น error ของตัวชี้วัด


Modified model
Modified model

.



4. สิ่งที่ต้องระวัง

.

  • ปรับเส้นมากเกินไป : การปรับเส้น MI เยอะเกินไป มันจะสะท้อนความสอดคล้องของโมเดล แสดงว่า โมเดลนี้ กับ กลุ่มตัวอย่างนี้ ไม่สอดคล้อง ที่เรียกกันว่า "สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์" ก็คือ โมเดลไม่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์

  • ระวังเรื่องทฤษฎี : ประเด็นนี้ อาจต้องคุยกันเป็นเรื่องใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม เพราะต้องย้อนไปเชิงแนวคิด ว่า วัตถุประสงค์คือการ "พิสูจน์" / "พัฒนา" หรือ "พยากรณ์" โมเดล เนื่องจากวัตถุประสงค์เหล่านี้จะนำไปสู่การสร้างและทดสอบโมเดล ขยายความได้ว่า หากเป็นการพิสูจน์โมเดล เมื่อเราวิเคราะห์ในครั้งแรก ผลเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น หากโมเดลฟิตไม่ผ่าน ก็ต้องยอมรับว่าไม่ผ่าน เพราะมันคือการ "พิสูจน์" แต่ถ้าเป็นการพัฒนาโมเดล ก็มีโอกาสให้ปรับโมเดลได้ นั่นคือโมเดลที่เราได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งโมเดลที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นั้น มีการลากเส้นโยงตัวแปรอะไร กับ อะไรบ้าง เราสามารถอธิบายความสัมพันธ์ที่เกิดจากการปรับโมเดลเหล่านั้น ได้หรือไม่ นี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาในการปรับโมเดล



.



5.สรุป

.

สรุป เรื่อง MI ให้มองเป็นขั้นตอน ดังนี้

  1. ดูตาราง Modification Indices

  2. มองหาค่า M.I. สูงๆ ในส่วนของ Covariances เช่น e1 <--> e2

  3. ตรวจสอบว่าอยู่ภายใต้ตัวแปรแฝงเดียวกันไหม

  4. ลากเส้น correlate ในโปรแกรม

  5. รันผลใหม่ (Re-run) และเช็กค่า Model Fit




.






ต้องการเรียนสถิติ อยากปรึกษาสถิติทั้งเรื่อง Factor Analysis, CFA, SEM หรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้เลย

.

Training and Coaching package
Training and Coaching package

'นึกถึงสถิติ นึกถึงเรา Smart Research Thai'


สอนสถิติวิจัย.ไทย

ร่วมติดตามได้ทุกช่องทาง

follow or subscribe in any channel

.

tel.086-555-5949

line: @SmartResearchThai

Blockdit: SmartResearchThai

Youtube: SmartResearchThai

Facebook: SmartResearchThai




Comments


SmartResearchThai Co., Ltd.
Statistic Software Tutor, Statistic Assistant, Statistic Consultant

Resume

 "ติดต่อเรา"

Line: @SmartResearchThai 

FB: SmartResearchThai

SmartResearchThai Co., Ltd.

  • Facebook
  • YouTube

©2019 by SmartResearchThai Co., Ltd. Proudly created with Wix.com

 

บริษัท สมาร์ทรีเสิร์ชไทย จำกัด

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 45/273 

หมู่5 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0745565000878

#อบรมสถิติ #อบรมSEM #สอนสถิติ #สอนSEM #อบรมAMOS #สถิติAMOS #อบรมLISREL #สถิติLISREL #อบรมMplus #สถิติMplus #อบรมSPSS #สถิติSPSS #จ้างวิเคราะห์สถิติ

bottom of page