top of page

Checklist 5 สิ่งที่ต้องมี เมื่อนำเสนอผล SEM


Checklist 5 สิ่งที่ต้องมีในการนำเสนอผล SEM
Checklist 5 สิ่งที่ต้องมีในการนำเสนอผล SEM

Outline:





“Checklist 5 สิ่งที่ต้องมี เมื่อนำเสนอผล SEM: 1) การตรวจสอบเบื้องต้น (Data Screening) 2) การตรวจสอบความตรงของโมเดล (Validity) 3) ดัชนีความสอดคล้อง (Model Fit Indices) 4) การทดสอบสมมติฐาน (Hypothesis testing) 5) อิทธิพลทางตรง ทางอ้อม และรวม (Direct, Indirect, Total Effects)”


Checklist 5 สิ่งที่ต้องมี เมื่อนำเสนอผล SEM


.


1. การตรวจสอบเบื้องต้น (Data Screening)

ขั้นตอนแรกที่สำคัญ คือ การตรวจสอบข้อมูล ได้แก่

  • Normality: ทดสอบการแจกแจงเป็นโค้งปกติ รวมทั้งค่าความเบ้ ความโด่ง outlier พื้นฐาน

    • ประเด็นนี้มักถกเถียงกันว่าควรนำเสนอค่าอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น เบ้ โด่ง หรือพวก VIF, Multicollinearity, Mahalanobis distance, Multivariate

    • ขอแนะนำการตรวจสอบง่ายๆ แบบที่ทุกรายงานต้องมี คือ เบ้ โด่ง และ correlation < 0.80 (ซึ่งอาจนำเสนอในมิติของ Discriminant Validity ได้)

    • VIF, Mahalanobis distance มักจะใช้ในการทดสอบ regression จึงอาจไม่ใช่ rule of thumb ของ SEM

  • Model identification: ภาษาไทยมักใช้คำว่า การประเมินความเป็นไปได้ของโมเดล ก็คือ ต้องดูก่อนว่าโมเดลหน้าตาเป็นอย่างไร มีตัวแปรกี่ตัว มีเส้นพยากรณ์กี่เส้น รวมแล้วเป็นกี่พารามิเตอร์ นำมาคำนวณความเป็นไปได้ของโมเดล หากมีพารามิเตอร์เพียงพอ ก็จะสามารถวิเคราะห์โมเดลได้ (ดูเพิ่มเติมเรื่อง model identification) https://www.smartresearchthai.com/post/model-identification


.


2. การตรวจสอบความตรงของโมเดล (Validity)

ต้องพิสูจน์ว่า "เครื่องมือวัด" ของเราดีจริง วัดได้จริง ตรงตามเรื่องที่ทำ ได้แก่

  • CR (Composite Reliability) และ AVE (Average Variance Extraction):

    • ทั้ง CR และ AVE ล้วนสะท้อนถึงความเข้ากันได้ขององค์ประกอบ

    • ทั้งสองค่า จะผันแปรไปตามค่าน้ำหนักขององค์ประกอบ โดยที่หากค่าน้ำหนักองค์ประกอบ (factor loading) มีค่า >0.70 ขึ้นไป ก็มีโอกาสทำให้ผลการคำนวณ CR และ AVE ผ่านเกณฑ์

    • ซึ่งทั้งสองค่านี้ กำลังบอกว่า องค์ประกอบนั้นๆ ที่มีตัวชี้วัดต่างๆ นั้น อยู่ภายใต้องค์ประกอบนั้นจริงๆ ประมาณว่าเป็นลูกน้อง และเป็นหัวหน้าได้จริงๆ

    • ค่าผ่านเกณฑ์ของ CR คือ >0.70

    • ค่าผ่านเกณฑ์ของ AVE คือ >0.50

  • Discriminant Validity: หรือความตรงเชิงโครงสร้าง เป็นการบอกว่าองค์ประกอบนี้ กับ องค์ประกอบนั้นต่างกันจริงหรือไม่

    • ตัวอย่างเช่น ในโมเดลมี 5 องค์ประกอบ การทดสอบ discriminant validity จะให้คำตอบว่า องค์ประกอบ 1 ต่างจากองค์ประกอบ 2 3 4 5 หรือไม่ และเช่นเดียวกัน คือ ทั้ง 5 องค์ประกอบต่างกันจริงหรือไม่

    • การพิจารณา จะใช้หลักการของ Forenell & Larcker หรือ HTMT

    • Forenell & Larcker จะสร้างตาราง latent correlation ค่าในแนวทแยงจะเป็น square root ของ AVE จากนั้น พิจารณาว่าค่านี้ สูงกว่าค่า latent correlation หรือไม่ หากสูงกว่าก็แสดงว่าแต่ละองค์ประกอบแยกออกจากกันได้ดี

    • HTMT จะเป็นการคำนวณที่ซับซ้อนกว่า Forenell & Larcker แต่การพิจารณาจะดูง่ายกว่า โดยพิจารณาว่ามีค่าใดในตารางมากกว่า 0.85 หรือไม่ หากมีแสดงว่าองค์ประกอบนั้นมีปัญหา


ดูเพิ่มเติมได้ที่


.


3. ดัชนีความสอดคล้อง (Model Fit Indices)

ส่วนนี้คือ "หน้าตา" ของโมเดล ต้องนำเสนอตัวเลขสำคัญๆ ให้ครบ:

  • Chi-square / df: (ควรน้อยกว่า 2 หรือ 3)

  • GFI, CFI, TLI: (ควรมากกว่า 0.90 หรือ 0.95)

  • RMSEA, SRMR: (ควรน้อยกว่า 0.05 หรือ 0.08)

  • ถ้าค่าไหนไม่ผ่าน แล้วเราไปปรับโมเดล (Model Modification) ต้องอธิบายเหตุผลทางทฤษฎีประกอบด้วยเสมอ (ประเด็นถกเถียงกันมาก เพราะว่าบางครั้งเราปรับโดยไม่มีเป้าหมาย ต้องการแค่ให้งานผ่าน แต่จริงๆ แล้วต้องย้อนกลับไปที่จุดประสงค์ของงาน ว่าเป็นการพิสูจน์โมเดล หรือเป็นการพัฒนาโมเดล)

  • การรายงานค่า โมเดลฟิต เหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นในการวิเคราะห์ SEM อย่างมาก เพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลโอเคแล้ว ผ่านแล้ว มักใช้คำว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์

  • มักจะมีเกณฑ์ที่ต่างกัน เกณฑ์ดั้งเดิมที่ค่อนข้างเข้มงวด และเกณฑ์สมัยใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น


.


4. การทดสอบสมมติฐาน (Hypothesis testing)

หัวข้อที่ 4 กับ 5 จะมาพร้อมกัน คือ การนำเสนอค่าอิทธิพลในแต่ละสมติฐาน ค่า p-value, ค่า r-square และบางครั้งอาจนำเสนอค่า S.E. , t-value ร่วมด้วย

  • Path Coefficient (beta): คือค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล (ซึ่งเป็นค่าเดียวกันกับค่า อิทธิพลทางตรง เพราะค่าเหล่านี้จะเกิดขึ้นจากเส้นอิทธิพลที่เป็นทางตรง นอกจากนี้หากพิจารณาในแง่อักษรกรีก ยังมีคำเรียกเกี่ยวกับค่าอิทธิพล คือ Gamma กับ Beta ด้วย

  • p-value / t-value: คือค่าที่เกี่ยวกับนัยสำคัญ p-value ไว้นำเสนอว่ามีนัยสำคัญหรือไม่ หากตั้งระดับนัยสำคัญไว้ที่ 0.05 แล้วค่า p น้อยกว่า 0.05 ก็แสดงว่ามีนัยสำคัญ ส่วนค่า t จะเป็นค่าจากการกระจายแบบที (t-distribution) มักพิจารณาด้วยเกณฑ์ +-1.96 หากอยู่นอกช่วงก็จะแปลว่ามีนัยสำคัญ เช่น ค่า t = 2.22 มีค่ามากกว่า +1.96 ก็แสดงว่ามีนัยสำคัญ หรือ t=-2.22 มีค่าน้อยกว่า -1.96 ก็แสดงว่ามีนัยสำคัญ แต่ถ้าหาก t มีค่าระหว่าง -1.96 ถึง +1.96 แสดงว่าไม่มีนัยสำคัญ

  • R^2 (R-square หรือ Coefficient of Determination): เป็นค่าที่บอกว่าตัวแปรตามตัวนี้ มีอำนาจในการพยารกณ์แค่ไหน หากพิจารณาในมิติของ regression ก็จะบอกว่าโมเดลนี้มีอำนาจการพยากรณ์แค่ไหน แต่พอเป็น SEM โมเดลอาจมีตัวแปร "ถูกพยากรณ์" หลายตัว ดังนั้น จะพูดรวมๆ ทั้งโมเดลไม่ได้ แต่จะเน้นพูดถึงตัวแปรตามสุดท้าย ของแต่ละโมเดลนั้นๆ


.


5. อิทธิพลทางตรง ทางอ้อม และรวม (Direct, Indirect, Total Effects)

บางครั้งตารางในหัวข้อที่ 4 อาจไม่นำเสนอ เพราะเป็นการบอกรายละเอียดทุกอย่างในผลทางตรง แต่จะมารวบนำเสนอในตาราง นี้ แทน เพราะเน้นการนำเสนอค่าตรงทาง ทางอ้อม ให้เห็นภาพว่าตัวแปรแต่ละตัวมีอิทธิพลทางตรงไปยังใครบ้าง และมีอิทธิพลทางอ้อมไปยังใครบ้าง เช่นกัน

  • ค่าอิทธิพล

    • อิทธิพลทางตรง (Direct Effect: DE) ให้นึกถึงค่าจากตัวแปร A ไปยัง ตัวแปร B และจาก B ไป C หรือตัวต่างๆ ซึ่งในตัวโปรแกรมที่มีการแสดงค่าบนเส้นโมเดล ก็จะเห็นเป็นตัวเลขได้

    • อิทธิพลทางอ้อม (Indirect Effect: IE) คือค่าอิทธิพลที่เกิดจาก ตัวแปรทางตรง 2 ตัวมาคูณกัน เช่น มีการเดินทางจาก A ไป B และจาก B ไป C เราสามารถหาค่าทางอ้อมจาก A ไป C ได้ โดยการนำค่าอิทธิพลของ A ไป B ไปคูณกับค่าอิทธิพลของ B ไป C ก็จะได้ค่าอิทธิพลทางอ้อมจาก A ไปยัง C ผ่าน B นั่นเอง

    • อิทธิโดยรวม (Total Effect: TE) ค่านี้คิดง่ายๆ คือ นำเอาค่าทางตรง กับ ค่าทางอ้อม มาบวกกัน ก็จะได้ค่าอิทธิพลโดยรวม

  • การนำเสนอเป็นแผนภาพ (Diagram) การนำเสนอด้วยภาพทำให้เห็นตัวเลขได้ชัดเจน เข้าใจง่าย รู้ได้เลยว่าตัวแปรมีอะไรบ้าง แต่ละเส้นทางมีค่าเท่าไร และโปรแกรมสว่นใหญ่ก็มักจะมีการแสดงภาพเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น AMOS, Lisrel, Mplus รวมถึง Smartpls, jamovi เพราะว่าโปรแกรมส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมี feature การนำเสนอภาพโมเดลอยู่แล้ว


.


6.สรุป

.

โดยสรุป ค่าที่สำคัญที่ควรนำเสนอในการวิเคราะห์ SEM ได้แก่ เบ้ โด่ง correlation, CR-AVE, discriminant validity, ตารางนำเสนอค่าอิทธิพลในโมเดล พร้อมภาพประกอบ รวมถึงแสดงค่าโมเดลฟิตด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้การนำเสนอสมบูรณ์ เหล่านี้เป็นค่าสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามก็สามารถนำเสนอค่าอื่นๆ ประกอบด้วยได้ เช่นตารางนำเสนอผล CFA ตารางนำเสนอค่าเฉลี่ยของตัวแปรต่างๆ หรือง่ายๆ ดูงานเก่าๆ รายงานผลอะไรบ้าง ก็นำเสนอตามนั้น หรือในวารสารนำเสนอค่าอะไรบ้าง ก็นำเสนอตามนั้นเช่นกัน




.




ต้องการเรียนสถิติ อยากปรึกษาสถิติทั้งเรื่อง Factor Analysis, CFA, SEM หรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้เลย

.

Training and Coaching package
Training and Coaching package

'นึกถึงสถิติ นึกถึงเรา Smart Research Thai'


สอนสถิติวิจัย.ไทย

ร่วมติดตามได้ทุกช่องทาง

follow or subscribe in any channel

.

tel.086-555-5949

line: @SmartResearchThai

Blockdit: SmartResearchThai

Youtube: SmartResearchThai

Facebook: SmartResearchThai




Comments


SmartResearchThai Co., Ltd.
Statistic Software Tutor, Statistic Assistant, Statistic Consultant

Resume

 "ติดต่อเรา"

Line: @SmartResearchThai 

FB: SmartResearchThai

SmartResearchThai Co., Ltd.

  • Facebook
  • YouTube

©2019 by SmartResearchThai Co., Ltd. Proudly created with Wix.com

 

บริษัท สมาร์ทรีเสิร์ชไทย จำกัด

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 45/273 

หมู่5 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0745565000878

#อบรมสถิติ #อบรมSEM #สอนสถิติ #สอนSEM #อบรมAMOS #สถิติAMOS #อบรมLISREL #สถิติLISREL #อบรมMplus #สถิติMplus #อบรมSPSS #สถิติSPSS #จ้างวิเคราะห์สถิติ

bottom of page